สุขภาพจิตที่ดีของพนักงาน ไม่ใช่แค่เรื่องของสวัสดิการ แต่คือการลงทุนเพื่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนขององค์กร

Better Employee Wellbeing, Better Business Performance.
วันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต โดยในปี 2026 ได้กำหนดแนวคิด “Lived Experiences Heard: Real Voices, Real Change” เพื่อส่งเสริมให้เสียงและประสบการณ์ของผู้ที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิตมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางดูแลอย่างแท้จริง [1]


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สุขภาพจิตกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของสังคมโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรวัยทำงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ
 

-

สถานการณ์สุขภาพจิตในประเทศไทย: ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการบันทึกในระบบบริการสุขภาพ ได้แก่

  • ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 399,645  ราย เพิ่มขึ้นประมาณ 13.1% จากปี  2564
  • ผู้ป่วยโรควิตกกังวล 408,249  ราย เพิ่มขึ้นประมาณ 20.7% จากปี  2564 [2]

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการบันทึกเพิ่มขึ้น แม้ไม่อาจสรุปว่าความชุกของโรคในประชากรเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับการเข้าถึงบริการ การวินิจฉัย และระบบรายงานข้อมูล

ขณะเดียวกัน สถิติการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายยังเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญด้านสาธารณสุข แม้การฆ่าตัวตายจะมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลากหลาย และไม่สามารถอธิบายด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลเหล่านี้ชวนให้เราตั้งคำถามว่า นอกจากระบบสาธารณสุขแล้ว องค์กรและนายจ้างสามารถมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพจิตของพนักงานได้อย่างไร?

-

เราใช้เวลาหนึ่งในสามของแต่ละวันกับการทำงาน แล้วสถานที่ทำงานส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราอย่างไร?


สำหรับประชากรวัยทำงานที่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เท่ากับว่าเราใช้เวลาประมาณหนึ่งในสามของแต่ละวันไปกับการทำงาน
สถานที่ทำงานจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สร้างผลงาน แต่ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อความเครียด ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และสุขภาวะทางจิตใจ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุปัจจัยสำคัญที่อาจก่อให้เกิดความเครียดจากการทำงาน 4 ประการ ได้แก่ [3]
1.    ความคาดหวังที่สูงเกินไปและความต้องการความสมบูรณ์แบบ
2.    ปัญหาความสัมพันธ์หรือความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงาน
3.    การขาดความเป็นธรรมภายในองค์กร
4.    การได้รับมอบหมายภาระงานที่หนักเกินไป
ปัจจัยเหล่านี้พบได้ในสถานที่ทำงาน และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเพียงครั้งคราว


การส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีจึงต้องเริ่มจากวัฒนธรรมองค์กร ทั้งการกำหนดความคาดหวังที่สมเหตุสมผล การสื่อสารอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกันทั้งคำพูดและการกระทำ การกระจายภาระงานอย่างเหมาะสม ตลอดจนการสร้างความเป็นธรรมและความไว้วางใจ
เพราะความเครียดจากการทำงานไม่ได้ส่งผลเพียงต่อความรู้สึกของพนักงาน แต่ยังอาจกระทบต่อสมาธิ แรงจูงใจ ประสิทธิภาพการทำงาน และการรักษาบุคลากรในระยะยาว

Employee Wellbeing: จากคุณภาพชีวิตสู่ Productivity และ Business Performance
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ไม่ได้สร้างประโยชน์เพียงต่อพนักงาน แต่ยังมีงานวิจัยที่แสดงถึงความเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการทำงานและผลประกอบการขององค์กร


งานวิจัยที่ 1: Employee Happiness & Productivity — University of Oxford / Management Science (2023)
งานวิจัยของ Bellet, De Neve และ Ward ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Management Science ศึกษาพนักงาน British Telecom จำนวน 1,793 คน ในสหราชอาณาจักร เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเชื่อมโยงระดับความสุขของพนักงานกับผลการปฏิบัติงานจริง [4]
 

ผลการศึกษาพบว่า
เมื่อคะแนนความสุขของพนักงานเพิ่มขึ้น 1 คะแนน จากระดับ 0–10 คะแนน Productivity ที่วัดจากยอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 12%
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือ การใช้ข้อมูลผลการทำงานจริง แทนการอาศัยเพียงความคิดเห็นของพนักงาน พร้อมแนวทางวิจัยที่ช่วยศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล


แม้ผลการศึกษาอยู่ในบริบทของงาน Call Centre และไม่สามารถนำตัวเลข 12% ไปใช้กับทุกองค์กรได้โดยตรง แต่ถือเป็นหลักฐานสำคัญว่าความสุขในการทำงานอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม


งานวิจัยที่ 2: Workplace Wellbeing & Firm Performance — Oxford Wellbeing Research Centre
งานศึกษาของ De Neve, Kaats และ Ward วิเคราะห์ข้อมูลแบบสำรวจพนักงานประมาณ 1 ล้านรายการ จากบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา 1,782 แห่ง โดยศึกษาสุขภาวะในการทำงาน 4 มิติ ได้แก่ [5]
•    Happiness — ความสุขในการทำงาน
•    Job Satisfaction — ความพึงพอใจในงาน
•    Sense of Purpose — ความรู้สึกถึงคุณค่าและเป้าหมายของงาน
•    Stress — ระดับความเครียด


ผลการศึกษาพบว่า บริษัทที่มี Employee Wellbeing สูงกว่ามีแนวโน้มที่จะมีผลประกอบการและมูลค่ากิจการที่ดีกว่า อีกทั้งระดับ Wellbeing ยังมีความสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานในอนาคต


อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าการเพิ่ม Employee Wellbeing เพียงอย่างเดียวจะทำให้กำไรสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ


นอกจากนี้ งานวิเคราะห์ของ Krekel, Ward และ De Neve ซึ่งรวบรวมการศึกษาอิสระ 339 งาน ครอบคลุมพนักงานกว่า 1.88 ล้านคน ยังพบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างความพึงพอใจของพนักงานกับ Productivity ความภักดีของลูกค้า และผลกำไร รวมถึงความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราการลาออก [6]
 

งานวิจัยเหล่านี้สะท้อนว่า Employee Wellbeing ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมด้าน HR แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารบุคลากรและธุรกิจ

จาก Awareness สู่ Action: องค์กรจะส่งเสริมสุขภาพจิตของพนักงานได้อย่างไร?
การส่งเสริมสุขภาพจิตไม่ควรจำกัดอยู่เพียงกิจกรรมในวันสุขภาพจิตโลก แต่ควรเป็นแนวทางระยะยาวที่องค์กรนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดีแล้ว Employee Benefits สามารถเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพจิตได้อย่างเหมาะสม
องค์กรสามารถเริ่มต้นจากการทบทวนและพัฒนาสวัสดิการใน 4 ด้าน ได้แก่


1. Group Insurance & Mental Health Coverage
ทบทวนความคุ้มครองประกันสุขภาพกลุ่ม ว่าครอบคลุมการดูแลสุขภาพจิตมากน้อยเพียงใด เช่น การปรึกษาจิตแพทย์ การรักษาโรคทางจิตเวช หรือบริการด้านจิตวิทยา โดยคำนึงถึงเงื่อนไข ข้อยกเว้น และข้อจำกัดของกรมธรรม์


2. Employee Assistance Program (EAP)
พิจารณาการจัดบริการให้คำปรึกษาและสนับสนุนพนักงานด้านสุขภาพจิต ความเครียด หรือปัญหาส่วนบุคคล ผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและรักษาความลับ เพื่อให้พนักงานเข้าถึงความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


3. Employee Benefits Communication & Awareness
แม้องค์กรมีสวัสดิการที่ดี แต่หากพนักงานไม่เข้าใจสิทธิประโยชน์หรือช่องทางเข้ารับบริการ สวัสดิการนั้นก็อาจไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
การสื่อสารอย่างชัดเจนและต่อเนื่องจึงมีความสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดอคติต่อการเข้ารับบริการด้านสุขภาพจิต และส่งเสริมการใช้สิทธิอย่างเหมาะสม
 

4. Sustainable Benefits Design & Cost Management
การขยายผลประโยชน์ด้านสุขภาพจิตไม่จำเป็นต้องหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขอบเขต องค์กรสามารถออกแบบความคุ้มครองโดยพิจารณาความต้องการของพนักงาน ข้อมูลการใช้สิทธิ ผู้ให้บริการ และงบประมาณที่มีอยู่


เพราะสวัสดิการที่ดีไม่ใช่สวัสดิการที่มีความคุ้มครองมากที่สุด แต่คือสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการ เข้าถึงได้จริง และมีความยั่งยืนสำหรับองค์กร
 

02_pexels_health-cash-plans.jpg_0.jpg

Howden Thailand: Better Wellbeing Through Smarter Employee Benefits Design

At Howden Thailand, we believe that effective employee benefits should create meaningful value for both employees and employers.
Our Employee Benefits team supports organisations in reviewing group insurance programmes, evaluating mental health coverage options, exploring Employee Assistance Program (EAP) solutions, and designing sustainable benefits structures aligned with workforce needs and business objectives.

plam.jpg
สำหรับองค์กรที่สนใจทบทวนหรือออกแบบสวัสดิการพนักงาน โดยเฉพาะความคุ้มครองด้านสุขภาพจิตและ Employee Wellbeing Solutions สามารถติดต่อพูดคุยกับเราได้ที่

Better Wellbeing. Better Productivity. Smarter Employee Benefits.

เนื่องในโอกาสวันสุขภาพจิตโลกปีนี้ ผมอยากชวนทุกองค์กรกลับมาตั้งคำถามว่า
“Are we simply providing employee benefits, or are we designing benefits that truly support our people?”

References
[1] World Health Organization (2026). World Mental Health Day 2026.
https://www.who.int/en/campaigns/world-mental-health-day/2026
[2] สำนักงานสถิติแห่งชาติ (2568). เครื่องชี้ภาวะสังคม พ.ศ. 2568: จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคทางจิต พ.ศ. 2564–2566. ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
https://www.nso.go.th/public/e-book/Indicators-Social/Social-Indicators-2025/279/
[3] กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. เครียดจากการทำงาน ยิ่งเครียด..ยิ่งแย่.
https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/causes-and-management-of-stress-at-work/
[4] Bellet, C. S., De Neve, J.-E., & Ward, G. (2023). Does Employee Happiness Have an Impact on Productivity? Management Science, 70(3), 1656–1679.
https://doi.org/10.1287/mnsc.2023.4766
[5] De Neve, J.-E., Kaats, M., & Ward, G. (2023). Workplace Wellbeing and Firm Performance. Working Paper 2304, Wellbeing Research Centre, University of Oxford.
https://wellbeing.hmc.ox.ac.uk/papers/2304-workplace-wellbeing-and-firm-performance/
[6] Krekel, C., Ward, G., & De Neve, J.-E. (2019). Employee Wellbeing, Productivity, and Firm Performance. Centre for Economic Performance Discussion Paper No. 1605.
https://wellbeing.hmc.ox.ac.uk/publications/employee-wellbeing-productivity-and-firm-performance/
#WorldMentalHealthDay #EmployeeWellbeing #MentalHealthAtWork #EmployeeBenefits #GroupInsurance #WorkplaceWellbeing #HowdenThailand