ประกันรถยนต์
ประกันภัยรถยนต์ คือเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงจากทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนบุคคลหรือเชิงธุรกิจ การมีความคุ้มครองที่เหมาะสมช่วยสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เราพร้อมช่วยคุณออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มครองและความคุ้มค่าในระยะยาว

โซลูชันความคุ้มครองที่ออกแบบอย่างเชี่ยวชาญ เพื่อทุกการเดินทางของคุณ
ที่ Howden เราเชื่อว่าประกันรถยนต์ไม่ใช่เพียงการให้ความคุ้มครอง แต่คือการสร้างความมั่นใจ ความต่อเนื่อง และความอุ่นใจในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนบุคคลหรือยานพาหนะขององค์กร ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมทำงานร่วมกับคุณอย่างใกล้ชิด เพื่อออกแบบโซลูชันประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยง ลักษณะการใช้งาน และเป้าหมายในระยะยาวของคุณ
กฎหมายกำหนดให้ยานพาหนะทุกประเภทต้องจัดทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เพื่อให้ความคุ้มครองต่อความสูญเสียด้านร่างกาย การบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือการเสียชีวิตของบุคคลที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
นอกจากนี้ เจ้าของยานพาหนะส่วนใหญ่มักจัดทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพิ่มเติม เพื่อให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของตนเอง รวมถึงเพิ่มวงเงินความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกเกินกว่าวงเงินที่ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับกำหนด
ผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ บุคคลใดก็ตามที่ได้รับ การบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ว่าจะเป็น
- ผู้ขับขี่
- ผู้โดยสาร
- ผู้เดินถนน
- หรือบุคคลอื่นที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ
ขอบเขตความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
- วงเงินคุ้มครองขั้นต้น (Preliminary Coverage Limit) ผู้ประสบเหตุมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด โดยบริษัทประกันภัยหรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ (Road Victim Protection: RVP) จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนด
- วงเงินคุ้มครองส่วนเกิน (Surplus Coverage Limit) เมื่อมีการ พิสูจน์ความรับผิด แล้ว ฝ่ายที่เป็นผู้กระทำผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้บาดเจ็บหรือทายาทในส่วนที่เกินจากวงเงินคุ้มครองขั้นต้น
ข้อมูลเปรียบเทียบ
| ผู้ประสบภัยจากรถ | ผู้ขับขี่ยานพาหนะที่เอาประกันภัย | วงเงินคุ้มครองส่วนเกิน |
| ผู้ขับขี่ยานพาหนะที่เอาประกันภัย | 1. ความเสียหายต่อร่างกาย ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด 2. ความเสียหายต่อร่างกาย สำหรับการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000 บาท หรือตามที่กฎหมายกำหนด ***ในกรณีเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล | ไม่มี |
| ผู้ประสบภัยจากรถ ไม่รวมผู้ขับขี่ยานพาหนะที่เอาประกันภัย | 1. 80,000 บาท ต่อหนึ่งคน สาหรับความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย 2. 500,000 บาทต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 3. 200,000 บาท ถึง 500,000 บาทต่อหนึ่งคน สำหรับทุพพลภาพอย่างถาวร หรือการสูญเสียอวัยวะ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย 4. 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน สำหรับการชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน 5. กรณีผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น ทั้งนี้จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดสำหรับ (1) (2) (3) และ (4) รวมกันไม่เกิน 504,000 บาท ต่อหนึ่งคน และรวมกันไม่เกินยี่สิบล้านบาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง |
ต้องพิสูจน์ความผิดตามผลทางกฎหมายหรือไม่?
*หมายเหตุ : ในกรณีที่ผู้ประสบเหตุเป็นผู้ขับขี่ รถคันนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะค่าชดเชยเบื้องต้นเท่านั้น
โดยวงเงินคุ้มครองสูงสุดสำหรับข้อ (1), (2), (3) และ (4) รวมกัน ต้องไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน และวงเงินคุ้มครองรวมต่อหนึ่งเหตุการณ์ต้องไม่เกิน 20,000,000 บาท
| ผลทางกฎหมาย | บุคคลภายนอก (ซึ่งอยู่นอกยานพาหนะที่เอาประกันภัย) | ผู้โดยสาร (ภายในยานพาหนะที่เอาประกันภัย) | ผู้ขับขี่รถ |
| การรับผิด | 1. 80,000 บาท ต่อหนึ่งคน สาหรับความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย 2. 500,000 บาทต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 3. 200,000 บาท ถึง 500,000 บาทต่อหนึ่งคน สำหรับทุพพลภาพอย่างถาวร หรือการสูญเสียอวัยวะ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย 4. 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน สำหรับการชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน 5. กรณีผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น ทั้งนี้จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดสำหรับ (1) (2) (3) และ (4) รวมกันไม่เกิน 504,000 บาท ต่อหนึ่งคน และรวมกันไม่เกินยี่สิบล้านบาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง | 1. 80,000 บาท ต่อหนึ่งคน สาหรับความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย 2. Death, dismemberment, and disability not over than Bt.200,000 (included Preliminary Limit) 3. 200,000 บาท ถึง 500,000 บาทต่อหนึ่งคน สำหรับทุพพลภาพอย่างถาวร หรือการสูญเสียอวัยวะ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย 4. 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน สำหรับการชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน 5. กรณีผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น ทั้งนี้จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดสำหรับ (1) (2) (3) และ (4) รวมกันไม่เกิน 504,000 บาท ต่อหนึ่งคน และรวมกันไม่เกินยี่สิบล้านบาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง | 1. ความเสียหายต่อร่างกาย ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด 2. ความเสียหายต่อร่างกาย สำหรับการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000 บาท หรือตามที่กฎหมายกำหนด 3. ความเสียหายต่อชีวิต 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล |
| ไม่ใช่เป็นฝ่ายกระทำผิด | 1. ความเสียหายต่อร่างกาย ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด 2. ความเสียหายต่อร่างกาย สำหรับการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000 บาท หรือตามที่กฎหมายกำหนด 3. ความเสียหายต่อชีวิต 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล | 1. ความเสียหายต่อร่างกาย ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด 2. ความเสียหายต่อร่างกาย สำหรับการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000 บาท หรือตามที่กฎหมายกำหนด 3. ความเสียหายต่อชีวิต 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล | 1. ความเสียหายต่อร่างกาย ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด 2. ความเสียหายต่อร่างกาย สำหรับการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000 บาท หรือตามที่กฎหมายกำหนด 3. ความเสียหายต่อชีวิต 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน หรือตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล |
*หมายเหตุ : ในกรณีที่ผู้ประสบเหตุเป็นผู้ขับขี่ รถคันนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะค่าชดเชยเบื้องต้นเท่านั้น ครองสูงสุดสำหรับข้อ (1), (2), (3) และ (4) รวมกัน ต้องไม่เกิน 504,000 บาทต่อคน และวงเงินคุ้มครองรวมต่อหนึ่งเหตุการณ์ ต้องไม่เกิน 20,000,000 บาท
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ครอบคลุมความสูญเสียหรือความเสียหายของยานพาหนะที่เอาประกันภัย และความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ โดยความคุ้มครองสามารถจำกัดไว้เพียงแค่ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น (Third Party), บุคคลภายนอก ไฟไหม้ และการโจรกรรม (Third Party Fire and Theft) หรือแบบคุ้มครองครบวงจร (Fully Comprehensive) นอกจากนี้ กรมธรรม์ยังสามารถขยายความคุ้มครองไปยังการประกันตัวผู้ขับขี่, อุบัติเหตุส่วนบุคคล และค่ารักษาพยาบาลได้ หากต้องการ ในกรณีที่มีการเอาประกันภัยรถยนต์ตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป บริษัทประกันภัยมักจะพร้อมที่จะให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยแบบกลุ่ม (Fleet Discount)
ความแตกต่างของประกันแต่ละประเภท
| ความคุ้มครอง | 1st Class | 2nd Class | 3rd Class | 2 Plus | 3 Plus |
| 1) ความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก | |||||
| - ความเสียหายต่อชีวิต ร่างการ หรือ อนามัย เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พรบ. | |||||
| - ความเสียหายต่อทรัพย์สิน | |||||
| 2) ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ | |||||
| - รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ | |||||
| - Theft Loss or Fire | |||||
| 3) เอกสารแนบท้ายความคุ้มครอง | |||||
| - คุ้มครองการเสียชีวิต สุญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (ผู้ขับขี่ … คน และ ผู้โดยสาร … คน) | |||||
| - ค่ารักษาพยาบาล (ผู้ขับขี่ … คน และ ผู้โดยสาร … คน) | |||||
| 4) การประกันภัยตัวผู้ขับขี่ | |||||
*หมายเหตุ : คุ้มครองต้องเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุการชนกับยานพาหนะที่มีเครื่องยนต์เท่านั้น
เป็นการขยายระยะเวลาการรับประกันจากผู้ผลิต ครอบคลุมความเสียหายของทั้งชิ้นส่วนกลไกและชิ้นส่วนไฟฟ้า โดยขยายระยะเวลาออกไปอีกหนึ่ง หรือสองปีจากระยะเวลาการรับประกันจากผู้ผลิต
การสึกหรอตามปกติ การเสื่อมสภาพตามปกติ ความประมาทของผู้ขับขี่ ขาดการเข้าบริการบำรุงรักษาตามปกติ และการตกแต่งเพิ่มเติม ไม่ครอบคลุมอยู่ในการรับประกันนี้ หากบริษัทประกันภัยอนุมัติตามความเสียหาย บริษัทประกันภัยจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นในช่วงระยะเวลาประกันภัย แต่จำกัดตามมูลค่าของตลาดของรถยนต์ ณ วันที่เข้าซ่อม