พลังงานสะอาดที่ต้องมาพร้อมการบริหารความเสี่ยงด้านอัคคีภัย
ปัจจุบันระบบ Solar Rooftop ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้า เนื่องจากช่วยลดค่าไฟฟ้าและตอบโจทย์ด้านพลังงานสะอาดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภายใต้ประโยชน์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ระบบ Solar Rooftop ยังมาพร้อม “ความเสี่ยงด้านอัคคีภัย” ที่หลายองค์กรและเจ้าของอาคารอาจยังไม่ตระหนักอย่างเพียงพอ
สิ่งที่ทำให้เหตุเพลิงไหม้จาก Solar Rooftop แตกต่างจากระบบไฟฟ้าทั่วไป คือ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้กระแสไฟฟ้าแบบ DC (Direct Current) ซึ่งยังสามารถมีแรงดันไฟฟ้าอยู่ในระบบได้แม้ปิดเมนเบรกเกอร์ของอาคารแล้ว ตราบใดที่ยังมีแสงอาทิตย์ตกกระทบแผง Solar ส่งผลให้ในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและผู้ปฏิบัติงานยังคงมีความเสี่ยงจากไฟฟ้าที่ไม่สามารถตัดออกจากระบบได้ทั้งหมดในทันที
Insurance Experts Delivering Comprehensive Protection

ความเสี่ยงอัคคีภัยจากระบบ Solar Rooftop
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของ Solar Rooftop Fire คือ “DC Arc Fault” หรือการเกิดประกายไฟจากจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้าที่หลวม เสื่อมสภาพ หรือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยในจุดเชื่อมต่อสามารถสะสมความร้อนต่อเนื่องจนกลายเป็นต้นเพลิงได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่เร่งการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ภายนอกอาคารได้เร็วกว่าปกติ
นอกจากนั้น รายละเอียดทางวิศวกรรมบางส่วนภายในระบบยังมีผลต่อความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ เช่น “Bypass Diode” ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในแผง Solar PV Module เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจาก Hot Spot เมื่อบางส่วนของแผงถูกเงาบดบัง สกปรก หรือเกิดความเสียหายเฉพาะจุด หากระบบป้องกันภายในแผงทำงานผิดปกติ ความร้อนอาจสะสมจนส่งผลต่อวัสดุภายในแผงและเพิ่มโอกาสการเกิดเพลิงไหม้ได้ในระยะยาว
ในมุมมองของ Risk Engineering ความปลอดภัยของ Solar Rooftop ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียง “ตัวแผง Solar” เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงคุณภาพของอุปกรณ์ทุกส่วนในระบบ โดยเฉพาะการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานสากล (Certification)
สำหรับ Solar PV Module มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เช่น IEC 61215 และ IEC 61730 เป็นมาตรฐานด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยทางไฟฟ้า ขณะที่ Connector และสายไฟ DC ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของการเกิด Arc Fault ควรผ่านมาตรฐาน IEC 62852 และควรหลีกเลี่ยงการใช้ Connector ต่างยี่ห้อเชื่อมต่อร่วมกัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดความต้านทานสะสมและความร้อนผิดปกติได้

ส่วน Inverter ซึ่งทำหน้าที่แปลงไฟฟ้าจาก DC เป็น AC ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ Solar Rooftop ควรผ่านมาตรฐาน IEC 62109 เพื่อรับรองด้าน Electrical Safety และระบบป้องกันต่าง ๆ เช่น Overcurrent Protection, Overtemperature Protection และ Arc Fault Detection ในระบบสมัยใหม่
ในประเทศไทย แนวทางด้านความปลอดภัยของระบบ Solar Rooftop มีการอ้างอิงมาตรฐานจาก IEC (International Electrotechnical Commission) รวมถึงแนวทางจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ซึ่งได้เผยแพร่ข้อแนะนำเกี่ยวกับการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านไฟฟ้าและอัคคีภัยในอาคาร
อีกปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม คือ “ตำแหน่งติดตั้ง Inverter” เนื่องจาก Inverter เป็นอุปกรณ์ที่เกิดความร้อนระหว่างการทำงาน จึงควรติดตั้งในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง และเว้นระยะห่างจากวัสดุติดไฟ เช่น แผ่นไม้ กล่องเก็บของ กระดาษ หรือสารเคมีไวไฟ รวมถึงหลีกเลี่ยงการติดตั้งในพื้นที่อับอากาศหรือบริเวณที่มีฝุ่นสะสมสูง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงจากความร้อนสะสมภายในอุปกรณ์
นอกจากการออกแบบและติดตั้งที่ถูกต้องแล้ว การซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอถือเป็นหัวใจสำคัญของ Fire Prevention เนื่องจากอุปกรณ์ Solar Rooftop ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมกลางแจ้งตลอดอายุการใช้งาน แนวทางการดูแลรักษาเบื้องต้นที่ควรดำเนินการ เช่น การตรวจสอบความแน่นของ Connector และจุดเชื่อมต่อสายไฟ การตรวจหารอยไหม้หรือ discoloration บริเวณขั้วต่อ การใช้ Thermal Scan เพื่อตรวจหาอุณหภูมิผิดปกติ รวมถึงการทำความสะอาดแผง Solar เพื่อลดการสะสมความร้อนจากคราบสกปรกหรือเงาบดบังบางส่วนของแผง
ลดความเสี่ยงอัคคีภัยจาก Solar Rooftop ด้วยมาตรฐานที่ถูกต้อง
ในมุมมองของ Risk Engineering ความปลอดภัยของ Solar Rooftop ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียง “ตัวแผง Solar” เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงคุณภาพของอุปกรณ์ทุกส่วนในระบบ โดยเฉพาะการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานสากล (Certification) สำหรับ Solar PV Module มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เช่น IEC 61215 และ IEC 61730 เป็นมาตรฐานด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยทางไฟฟ้า ขณะที่ Connector และสายไฟ DC ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของการเกิด Arc Fault ควรผ่านมาตรฐาน IEC 62852 และควรหลีกเลี่ยงการใช้ Connector ต่างยี่ห้อเชื่อมต่อร่วมกัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดความต้านทานสะสมและความร้อนผิดปกติได้

เมื่อความปลอดภัยเริ่มต้นจากมาตรฐานที่ถูกต้อง
นอกจากการออกแบบและติดตั้งที่ถูกต้องแล้ว การซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอถือเป็นหัวใจสำคัญของ Fire Prevention เนื่องจากอุปกรณ์ Solar Rooftop ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมกลางแจ้งตลอดอายุการใช้งาน แนวทางการดูแลรักษาเบื้องต้นที่ควรดำเนินการ เช่น การตรวจสอบความแน่นของ Connector และจุดเชื่อมต่อสายไฟ การตรวจหารอยไหม้หรือ discoloration บริเวณขั้วต่อ การใช้ Thermal Scan เพื่อตรวจหาอุณหภูมิผิดปกติ รวมถึงการทำความสะอาดแผง Solar เพื่อลดการสะสมความร้อนจากคราบสกปรกหรือเงาบดบังบางส่วนของแผง
ท้ายที่สุด Solar Rooftop ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ “อันตราย” แต่เป็นระบบที่ต้องการการออกแบบ ติดตั้ง และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพราะพลังงานสะอาดที่ดี ไม่ควรมาพร้อมความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และ Fire Protection ที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่เริ่มตั้งแต่วันแรกของการออกแบบระบบบนหลังคาอาคารแล้ว

เรามีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบความคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณและธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ ด้วยแนวทางที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละองค์กร เพื่อสร้างความมั่นคงและลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนในอนาคต